| ปรัชญาการฝึกพูดของสโมสรฯ | ||
|---|---|---|
|
||
| Main Menu | ||||||
|---|---|---|---|---|---|---|
|
| Who's Online |
|---|
| ขณะนี้มี 2 บุคคลทั่วไป ออนไลน์ |
| อารมณ์กับบุคลิกภาพ โดย : จิรพัฒน์ แสงนภาวรรณ |
|
|
| แก้ไขโดย Administrator | |
|
อารมณ์กับบุคลิกภาพ โดย : คุณจิรพัฒน์ แสงนภาวรรณ อาจารย์ โรงเรียนนานาชาติ เชียงใหม่ การเป็นนักพูดที่ดี สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากก็คือการมีบุคลิกภาพที่ดีที่จะช่วยให้เกิดความศรัทธาทันทีที่ปรากฏกาย ไม่ว่าคนผู้นั้นจะมีหน้าตารูปร่างดีหรือไม่ แต่หลายครั้งที่เราจะเห็นคนที่หน้าตาท่าทางดี แต่ถูกทำลายลงเสียสิ้นเนื่องด้วยเพราะเขาจัดการกับอารมณ์ตนเองไม่ได้ ดังเช่นข่าวหนึ่งในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาที่เราจะรู้สึกสลดใจมาก คือ ข่าวเกี่ยวกับ ลูกชายอดีตนาวสาวไทย เจตนาขับรถเบนซ์ไปชนคน ด้วยเหตุผลเพียงเพราะว่า ทะเลาะกับคนขับรถเมล์ ถ้าท่านได้อ่านข่าวหลายๆข่าว ในหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ ท่านจะเห็นข่าวในลักษณะแบบนี้ ค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นข่าว ฆ่ากันตายเพราะหึงหวง หรือ บันดาลโทสะ ถ้าเราลองมาคิดและวิเคราะห์กันให้ดีแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนแล้วแต่เกิดจากอารมณ์ ท่านเคยคิดไหมครับว่า วันหนึ่งเราจะเป็นเหยื่อของอารมณ์ เหมือนคนเหล่านั้นไหม ถ้าไม่ เราควรจะทำอย่างไร ในวันๆหนึ่ง เราไม่สามารถรู้ได้ว่า เราจะได้พบกับอารมณ์ ที่เข้ามาหาเราอย่างไรบ้าง และเราก็ไม่รู้ว่าเมื่อสิ่งนั้นเข้ามาหาเราแล้ว เราจะมีอารมณ์ และความนึกคิดที่จะแสดงพฤติกรรมโต้ตอบออกไปอย่างไร ดังนั้นเมื่อเราไม่รู้ล่วงหน้าได้ เราก็ควรที่จะเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ ผมมีวิธีง่ายๆ 5 วิธีในการควบคุมอารมณ์ วิธีแรก ให้มีสติอยู่เสมอเพื่อควบคุมอารมณ์ที่รุนแรงให้คลายลง เช่น อารมณ์วิตกกังวล อารมณ์โกรธ อิจฉาริษยา บางคนอาจจะนำหลักธรรมะเข้ามาช่วยในการเผชิญกับเหตุการณ์หรือปัญหาต่าง ๆ ก็จะทำให้เหตุการณ์หรือปัญหาต่าง ๆ นั้นเป็นไปในทางที่ดีขึ้นได้ ในสมัยพระพุทธกาลมีพราหมณ์ท่านหนึ่งไม่พอใจพระพุทธเจ้าที่นำน้องชายของตนไปบวช โดยไม่มีการปรึกษาตนก่อน ทำให้พราหมณ์ท่านนั้นต่อว่าพระพุทธเจ้าอย่างเต็มอารมณ์ทั้งกล่าวคำหยาบคายสารพัด เมื่อพระพุทธเจ้าได้ฟังการระบายอารมณ์ของพราหมณ์ผู้นั้นแล้วจึงกล่าวไปว่า “ ท่านพราหมณ์เราขอถามท่านหน่อยว่า หากมีแขกคนใดไปหาท่านที่บ้าน ท่านก็นำอาหารมาต้อนรับแขกคนนั้นด้วยไมตรี แต่แขกคนนั้นไม่สนใจจะรับของที่ท่านนำมาให้ เมื่อเขากลับไปแล้วของที่ท่านนำมานั้นจะตกเป็นของใครกัน” พราหมณ์จึงตอบกลับว่า “ ก็ตกเป็นของเราเหมือนเดิมซิ” เมื่อพระพุทธเจ้าได้ฟังดังนั้นก็กล่าวต่อว่า “ฉันใดก็ฉันนั้น เหมือนที่ท่านกำลังต่อว่าเราอยู่ในตอนนี้ เมื่อเราไม่รับคำต่อว่าของท่านคำต่อว่านั้นจะต้องเป็นของใครเล่า” เมื่อพราหมณ์ได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกสำนึกผิดและขอโทษพระพุทธเจ้าทันที นี่เป็นตัวอย่างที่ดีมากในการใช้สติเพื่อควบคุมอารมณ์ของตัวเอง วิธีที่สอง ใช้คำพูดแสดงความรู้สึกแทนการกระทำ (เทคนิคการแสดงออกที่เหมาะสม) เช่น โกรธเพื่อนที่ผิดนัด ไม่ควรแสดงออกโดยการตำหนิดุด่า แต่ควรใช้คำพูดแทนว่า “ฉันโกรธมากที่เธอผิดนัดเมื่อวาน” เป็นต้น วิธีที่สาม ให้ยืดเวลาออกไปก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป หรือพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดอารมณ์รุนแรงหรืออารมณ์เสีย บางคนอาจใช้วิธีการนับหนึ่งถึงสิบหรือถึงร้อยในใจเพื่อยึดเวลาให้อารมณ์ที่รุนแรงลดลง จะช่วยให้การแสดงออกที่รุนแรงลดลงไปได้ หรืออาจจะใช้วิธีออกจากเหตุการณ์ตรงนั้นไปก่อน รอให้อารมณ์ลดความรุนแรงลงแล้ว จึงกลับมาเผชิญเหตุการณ์นั้นอีกครั้งก็จะทำให้เรามีสติมากขึ้นในการตัดสินใจกระทำสิ่งต่าง ๆ ลงไป วิธีที่สี่ ใช้การข่มใจ การให้อภัยและมองโลกในแง่ดี ให้คิดถึงผลที่จะเกิดขึ้นถ้าเราแสดงอะไรออกไปด้วยอารมณ์ที่รุนแรง รู้จักให้อภัยและพยายามฝึกมองสิ่งที่เกิดขึ้นต่าง ๆ ในด้านดีเสมอถ้าทำได้ จะทำให้เรามีอารมณ์ที่เป็นสุขมากยิ่งขึ้น หรือถ้าข่มใจไม่อยู่จริง ๆ ก็อาจใช้วิธีระบายออกโดยการเลี่ยงไปแสดงออกกับสิ่งอื่น ๆ แทนก็ได้ เช่น เขียนระบายอารมณ์ ในกระดาษ แอบร้องไห้ปลดปล่อยอารมณ์ หรือต่อยตีกระสอบทราย (อาจใช้ตุ๊กตาแทน) แต่อย่าให้กลายเป็นการทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น วิธีสุดท้าย เมื่อมีเรื่องทุกข์ใจหรือเครียด ควรปรึกษาเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้หรือผู้ใหญ่ที่เราให้ความเคารพนับถือ การที่คนเรามีความทุกข์หรือความเครียดแล้วเก็บกดไว้ในใจตนเองอยู่เสมอ เปรียบเสมือนลูกโป่งที่ถูกอัดอากาศเข้าไปเรื่อย ๆ หากไม่มีการปลดปล่อยลมออกมาเสียบ้าง ไม่นานลูกโป่งก็จะแตก เช่นเดียวกันหากคนเรามีแต่ความทุกข์เก็บสะสมไว้มากเกินไป สักวันหนึ่งก็อาจจะกลายเป็นโรคประสาท หรือโรคจิตต่อไปได้ จึงควรปลดปล่อยความทุกข์ที่มีอยู่ออกไปเสียบ้าง อารมณ์ก็เปรียบเสมือนดาบสองคม มีทั้งดีและไม่ดี มีทั้งขึ้นและลง คนที่สามารถควบคุมอารมณ์ให้เป็นปกติได้เร็วจะช่วยให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข และจะส่งผลให้ทุกคนที่อยู่รอบตัวมีความสุขไปด้วย .............................................................................. หมายเหตุจากกอง บก. การมาสโมสรฝึกการพูดแห่งลานนาไทย ก็จะเป็นแหล่งที่จะมีผู้ที่เป็นกัลยาณมิตร เป็นเพื่อน เป็นที่ปรึกษา ครูบาอาจารย์ ตลอดจนผู้ที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลวในชีวิต คอยให้คำแนะนำตักเตือน สั่งสอน ด้วยประสบการณ์จริง และคอยสอนวิชาชีวิตที่จะไม่ให้เราแสดงออกซึ่งอารมณ์ และสามารถควบคุมการแสดงออกได้อย่างสม่ำเสมอ |
| < ก่อนหน้า | ถัดไป > |
|---|